11 ทฤษฎีเหลือเชื่อของการ์ตูนดิสนีย์.. ที่ผู้สร้างไม่ได้เปิดเผย

11 ทฤษฎีเหลือเชื่อของการ์ตูนดิสนีย์.. ที่ผู้สร้างไม่ได้เปิดเผย

การ์ตูนดิสนีย์ ถือเป็นการ์ตูนสำหรับเด็กๆ ที่ดูง่ายและไม่มีอะไรซับซ้อน เว้นแต่เพียงว่าผู้สร้างต้องการสอดแทรกอะไรบางอย่างเข้าไป นอกเหนือจากนั้นก็เป็นเรื่องของทฤษฎีต่างๆ ที่แฟนๆ พยายามโยงเรื่องราวต่างๆ เข้าด้วยกัน ซึ่งบางครั้งมันก็ดูน่าเหลือเชื่อเหลือเกิน อย่างเช่นทฤษฎีแปลกๆ เหล่านี้

1. เฮอร์คิวลิส เป็นญาติกับ แอเรียล

ถ้าจับเนื้อเรื่องของการ์ตูนทั้ง 2 เรื่องนี้มาอ้างอิงกับตำนานเทพกรีก แอเรียลเป็นลูกสาวของกษัตริย์ไทรตัน ซึ่งไทรตันเองเป็นลูกชายของโพไซดอน ส่วนโพไซดอนเป็นพี่น้องกับซุส ที่เป็นพ่อของเฮอรคิวลิส ดังนั้น แอเรียลและเฮอร์คิวลิสจึงเป็นญาติกันนั่นเอง

2. หนังสือเรื่องโปรดของเบลล์ คือ “อะลาดิน”

ในเรื่องโฉมงามกับเจ้าชายอสูร เบลล์ร้องเพลงที่เป็นเนื้อหาในหนังสือใจความว่า “มันเป็นเรื่องโปรดของฉัน: สถานที่ๆ ห่างไกล มีการต่อสู้ด้วยดาบ เวทมนตร์ เจ้าชายปลอมตัว นี่คือที่ๆ เธอพบเจ้าชายเจ้าสเน่ห์ แต่เธอจะไม่พบเขาจนกว่าจะถึงตอนที่สาม” เนื้อเพลงดังกล่าวค่อนข้างตรงกับเรื่องอะลาดินตอนเริ่มเรื่องที่ อะลาดินช่วยเจ้าหญิงจัสมินจากทหาร แล้วด้วยพรจากเวทมนตร์ ทำให้เขาได้ปลอมตัวเป็นเจ้าชาย

3. แม่ของแอนดี้ คือเจ้าของที่แท้จริงของเจสซี

หมวกของแอนดี้ จากภาพยนตร์ Toy Story ภาคแรก ดูเหมือนกับหมวกของเจสซี ตุ๊กตาคาวเกิร์ลเด็กผู้หญิงจากภาค 2 ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าของคนแรกของเจสซี มีหมวกใบเดียวกันนี้ ว่าแต่แอนดี้ได้หมวกใบนี้ไปได้ยังไงล่ะ? ดูเหมือนคุณแม่ของแอนดี้จะให้หมวกนี้กับลูกชายตัวเอง นั่นหมายความว่า เธอเป็นเจ้าของที่แท้จริงของเจสซีนั่นเอง

4. กัปตันฮุคฆ่าแม่ของแอเรียล

หนึ่งในบรรดานางเงือกที่เป็นเพื่อนของปีเตอร์แพนดูเหมือน อธีน่า คุณแม่ของแอเรียล ที่มีสีผมเดียวกันและหางสีมรกตเหมือนกัน ซึ่งพวกนางเงือกจากเรื่อง ‘ปีเตอร์แพน’ กลัวกัปตันฮุคมากๆ และในภาคที่ 2 ของแอเรียล ก็มีการพูดถึงคุณแม่ของแอเรียลที่ถูกโจรสลัดจอมโหดฆ่าตาย ดังนั้น โจรสลัดที่ฆ่าแม่ของแอเรียลก็อาจเป็นกัปตันฮุคนั่นเอง

5. เจน จากเรื่องทาร์ซาน คือหลานสาวของโฉมงามกับเจ้าชายอสูร

ทั้งเจนและเบลล์มีความคล้ายคลึงกันมากๆ ทั้งเรื่องของสีเหลืองที่ทั้งคู่ชอบเหมือนกัน และได้อยู่กับผู้ชายเถื่อนๆ เจนต้องดูแลทาร์ซานด้วยความเมตตา เช่นเดียวกับเบลล์ที่ต้องดูแลเจ้าชายอสูร แต่นั่นเป็นเพียงแค่ความเหมือนกันเท่านั้น แต่สิ่งที่โยงทั้งคู่เข้าด้วยกันก็คือ เจนมีชุดน้ำชาที่ดูเหมือนกับชุดน้ำชาในเรื่องโฉมงามกับเจ้าชายอสูรเป๊ะๆ

6. พ่อแม่ของแอนนาและเอลซ่า ตายระหว่างเดินทางไปงานแต่งงานของราพันเซล

เจนนิเฟอร์ ลี ผู้กำกับเรื่อง Frozen เคยพูดไว้ว่า ราชาและราชินีของเอเรนเดลล์ เสียชีวิตระหว่างไปร่วมงานแต่งงานของอาณาจักรใกล้เคียง ซึ่งเราสามารถเห็นราพันเซลและฟลินน์ที่แต่งงานกันแล้ว มาร่วมงานเฉลิมฉลองพิธีขึ้นครองราชย์ของเอลซ่า ดังนั้น อาณาจักรของทั้งคู่เป็นเพื่อนบ้านกัน และพ่อแม่ของเอลซ่าก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดอุบัติเหตุพายุพัดเรือล่ม ในระหว่างเดินทางไปอาณาจักรของราพันเซล

7. ซากเรือในเรื่อง The Little Mermaid คือเรือของอาณาจักรเอเรนเดลล์

อาณาจักรเอเรนเดลล์ ซึ่งเป็นสถานที่ๆ เรือเริ่มออกเดินทาง ตั้งอยู่ที่ประเทศนอร์เวย์ ส่วนอาณาจักรโคโรนาของราพันเซลตั้งอยู่ในเยอรมนี ดังนั้น เรือของพ่อแม่เอลซ่าที่ออกเดินทางจากเอเรนเดลล์ในนอร์เวย์ เพื่อที่จะเดินทางอาณาจักรโคโรนาในเยอรมนี อาจล่มอยู่ระหว่างเส้นทางเดินเรือบริเวณชายฝั่งประเทศเดนมาร์ก ซึ่งนั่นเป็นสถานที่ในเรื่อง The Little Mermaid

8. ทาร์ซานคือน้องชายของแอนนาและเอลซ่า

อ้างอิงจากคริส บัค ผู้ช่วยผู้กำกับเรื่อง Frozen และผู้กำกับเรื่องทาร์ซาน เคยกล่าวไว้ว่า ราชาและราชินีของเอเรนเดลล์เสียชีวิตให้เหตุเรือล่ม แต่จริงๆ แล้วพวกเขาอาจรอดชีวิตไปอยู่บนเกาะแห่งหนึ่ง จนกระทั่งสรางบ้านและให้กำเนิดลูกชายตัวน้อย ต่อมาทั้งคู่ได้เสียชีวิตจากการถูกเสือดาวจู่โจม แต่เด็กน้อยรอดมาได้ และกลายเป็นทาร์ซานในที่สุด

9. ปู่คาร์ล ตายตั้งแต่เริ่มเรื่อง Up

ในช่วง 5 นาทีแรกของเรื่อง Up เป็นการบอกเล่าเรื่องราวความรักของปู่คาร์ลและภรรยาที่ดูเป็นเรื่องราวของชีวิตที่สมจริงมากๆ และมันดูแปลกที่เนื้อเรื่องที่เหลือเต็มไปด้วยเรื่องเหนือธรรมชาติมากมาย ทั้งสุนัขพูดได้ บ้านบินได้ นี่อาจเป็นชีวิตหลังความตายของปู่คาร์ล … ก็เป็นได้

10. อะลาดิน เป็นเรื่องที่ถูกแต่งขึ้นมาโดยเซลส์แมนขายตะเกียง

เซลส์แมนผู้ชาญฉลาดคนหนึ่งกำลังพูดกับคุณในตอนต้นของการ์ตูนเรื่องนี้ เขาหมดมุกที่จะขายของให้คุณ และคุณกำลังจะเดินหนีไป ทันใดนั้นเขาก็พยายามหยุดคุณด้วยการดึงตะเกียงออกมาจากแขนเสื้อของเขาโดยการบอกว่ามันไม่ใช่ตะเกียงธรรมดา แล้วก็เริ่มเล่าเรื่องราวของ ‘อะลาดิน’ ให้คุณฟัง

11. ความหมายที่แท้จริงของ ‘Let It Go’

มีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่คิดว่าเพลงนี้มีความหมายเรื่องเพศที่ซ่อนอยู่ บางคนตีความว่ามันเป็นเพลงที่แสดงถึงการปลดปล่อยตัวตนของเพศทางเลือกที่คุณเป็น

ขอบคุณที่มา brightside | petmaya

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ